คำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวในการใช้กล้องวงจรปิด (CCTV Privacy Notice)


คำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวในการใช้กล้องวงจรปิด

(CCTV Privacy Notice)

 

บริษัท ธนิยะ จำกัด เลขที่ 52  ถนนสีลม กรุงเทพฯ บริษัท ธนิยะ เรียลเอสเตต จำกัด เลขที่ 62  ถนนสีลม กรุงเทพฯ บริษัท ญาดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด  เลขที่ 56 ถนนสีลม กรุงเทพฯ , เลขที่ 59 ถนนสุขุมวิท 16  กรุงเทพฯ  บริษัท ภัทรา จำกัด  เลขที่  51  ถนนสุขุมวิท 16 กรุงเทพฯ บริษัท ธัญวิลล์ จำกัด  เลขที่ 735,735/1-8  ถนนศรีนครินทร์  กรุงเทพฯ  บริษัท ธนิยะ เมดิคอล เซนเตอร์ จำกัด เลขที่ 52 ถนน  สีลม กรุงเทพฯ  บริษัท ธนิยะ เดนทอล เซนเตอร์ จำกัด  เลขที่ 52  ถนนสีลม  กรุงเทพฯ  บริษัท สปริงฟิลด์  โฮลดิ้ง จำกัด เลขที่  208,208/1 ตำบลสามพระยา  จังหวัดเพชรบุรี   บริษัท สปริงฟิลด์ แอท ซี  จำกัด  เลขที่  858,858/1-2  ตำบลชะอำ จังหวัดเพชรบุรี  บริษัท สปริงฟิลด์ รอยัล คันทรีคลับ จำกัด  เลขที่  208  ตำบลสามพระยา  จังหวัดเพชรบุรี   (ซึ่งต่อไปในประกาศนี้ เรียกว่า“บริษัท”)  กำลังดำเนินการใช้กล้องวงจรปิด (CCTV) สำหรับการเฝ้าระวังความปลอดภัย ของเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน ลูกค้า ลูกจ้าง ผู้รับเหมา ผู้มาติดต่อ หรือ บุคคลใด ๆ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมกันว่า “ท่าน”) เพื่อสังเกตการณ์ในพื้นที่ภายในและรอบบริเวณ อาคาร ธนิยะ พลาซา ,อาคารธนิยะ บีทีเอส , อาคารญาดา  รวมถึง ถนน ธนิยะ  ถนนญาดา,อาคารเมย์แฟร์ การ์เด้น , อาคาร การ์ดีน่า อโศก , อาคารธัญญาพาร์ค ,สปริงฟิลด์ วิลเลจ กอล์ฟ แอนด์ สปา , สปริงฟิลด์ แอท ซี (ซึ่งต่อไปในประกาศนี้ เรียกว่า “พื้นที่”) เพื่อการปกป้องชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สิน ทั้งนี้ บริษัททำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน  ที่เข้ามายังพื้นที่ โดยผ่านการใช้งานอุปกรณ์กล้องวงจรปิดดังกล่าว

            ประกาศความเป็นส่วนตัวในการใช้กล้องวงจรปิด (“ประกาศ”) ฉบับนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผย ซึ่งข้อมูลที่สามารถทำให้สามารถระบุตัวท่านได้ (ข้อมูลส่วนบุคคล) รวมทั้งสิทธิต่าง ๆ ของท่าน ดังนี้

 

1.  ฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

        บริษัทดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานกฎหมายดังต่อไปนี้

    1. ความจำเป็นในการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น
    2. ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือบุคคลอื่น โดยประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
    3.  ความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งควบคุมดูแลเกี่ยวกับความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงาน และทรัพย์สินของบริษัท

2.  วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน 

        บริษัทดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

2.1 เพื่อการปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยส่วนตัวของท่าน ซึ่งรวมไปถึงทรัพย์สินของท่าน

2.2 เพื่อการปกป้องอาคาร สิ่งอำนวยความสะดวกและทรัพย์สินของบริษัทจากความเสียหายการขัดขวางการทำลายซึ่งทรัพย์สิน หรืออาชญากรรมอื่น

2.3 เพื่อสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อการยับยั้ง ป้องกัน สืบค้นและดำเนินคดีทางกฎหมาย

2.4 เพื่อการให้ความช่วยเหลือในกระบวนการระงับข้อพิพาทซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างที่มีกระบวนการทางวินัยหรือกระบวนการร้องทุกข์

2.5        เพื่อการให้ความช่วยเหลือในกระบวนการสอบสวน หรือ กระบวนการเกี่ยวกับการส่งเรื่องร้องเรียน

2.6  เพื่อการให้ความช่วยเหลือในกระบวนการริเริ่มหรือป้องกันการฟ้องร้องทางแพ่ง ซึ่งรวมไปถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการดำเนินการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน

 

3.  ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมและใช้   

        ตามวัตถุประสงค์ตามที่ได้แจ้งในข้อ 2. บริษัททำการติดตั้งกล้องวงจรปิดในตำแหน่งที่มองเห็นได้ โดยจะจัดวางป้ายเตือนว่ามีการใช้งานกล้องวงจรปิด ณ ทางเข้าและทางออก รวมถึงพื้นที่ที่บริษัทเห็นสมควรว่าเป็นจุดที่ต้องมีการเฝ้าระวัง เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อท่านเข้ามายังพื้นที่ซึ่งมี รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม ดังต่อไปนี้

 

                        ภาพนิ่ง

                        ภาพเคลื่อนไหว

                        เสียง

                        ภาพทรัพย์สินของท่าน เช่น พาหนะ กระเป๋า หมวก เครื่องแต่งกาย เป็นต้น

               

        ทั้งนี้ บริษัทจะไม่ทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่ที่อาจล่วงละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของท่านจนเกินสมควร เช่น ภายในห้องน้ำ  ห้องพัก   เป็นต้น

 

4.  ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

        เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการเฝ้าระวังสังเกตโดยการใช้อุปกรณ์กล้องวงจรปิดตามที่ประกาศนี้กำหนด บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลในกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับท่าน เป็นระยะเวลา 45 วัน (สี่สิบห้าวัน) นับจากวันที่มีการบันทึก ทั้งนี้ เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวบริษัทจะทำการ ลบ ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป

 

5.  การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

        บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลในกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวกับท่านไว้เป็นความลับ และจะไม่ทำการเปิดเผย เว้นแต่ กรณีที่บริษัทมีความจำเป็นเพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการเฝ้าระวังสังเกตการณ์ตามที่ได้ระบุในประกาศฉบับนี้ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลในกล้องวงจรปิดแก่ประเภทของบุคคลหรือนิติบุคคล ดังต่อไปนี้

        5.1 หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อช่วยเหลือ สนับสนุนในการบังคับใช้กฎหมาย หรือเพื่อการดำเนินการสืบสวน สอบสวน หรือการดำเนินคดีความต่าง ๆ

        5.2 ผู้ให้บริการรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เพื่อความจำเป็นในการสร้างความมั่นใจในเรื่องการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ รวมทั้งทรัพย์สินของท่านหรือบุคคลอื่น  

        5.3 ผู้จัดจำหน่าย และ/หรือผู้ให้บริการซ่อมบำรุง ระบบกล้องวงจรปิด เพื่อซ่อมบำรุง แก้ไขความชำรุดบกพร่อง หรือเสียหาย ของระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ซึ่งเป็นการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ใน
ข้อ 2. ที่กล่าวมาข้างต้น   

 

6.  สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ของท่าน

        พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่ในความควบคุมของท่านได้มากขึ้น โดยท่านสามารถใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ศ. 2562 เมื่อบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

        6.1 สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลของท่าน ที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัท

6.2 สิทธิในการเข้าถึง รับสำเนา และขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวมอยู่ เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

6.3    สิทธิการโอนย้ายข้อมูล ท่านอาจมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัท หากมีอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ (เฉพาะที่สามารถทำได้โดยอัตโนมัติ) และส่งข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น ยกเว้นกรณีไม่สามารถทำได้ด้วยสภาพทางเทคนิค

6.4 สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่กรณีที่บริษัทเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย (เช่น บริษัทสามารถแสดงให้เห็นว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายยิ่งกว่า หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะตามภารกิจของบริษัท)

6.5 ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้

6.6 สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้ 

6.6.1  เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัททำการตรวจสอบตามคำร้องขอของท่านให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน

6.6.2  ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

6.6.3  เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์บริษัทได้แจ้งไว้ในการเก็บรวบรวม แต่ท่านประสงค์ให้บริษัทเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปเพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมายของท่าน

6.6.4  เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังพิสูจน์ให้ท่านเห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเนื่องมาจากการที่ท่านได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

6.7 สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน เพื่อให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด 

6.8    ท่านมีสิทธิร้องเรียนในกรณีที่บริษัท ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้

 

7.  การรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล

        บริษัทมีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเหมาะสม ทั้งในเชิงเทคนิคและการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ลบ ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสอดคล้องกับ นโยบายความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ (Information Security Policy) ของบริษัท 

        นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นโดยประกาศให้ทราบกันโดยทั่วทั้งองค์กร พร้อมแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยธำรงไว้ซึ่งความเป็นความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน(Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายดังกล่าวรวมถึงประกาศนี้ในระยะเวลาตามที่เหมาะสม

 

8.  ความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

        บริษัทได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่เฉพาะผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องในการจัดเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของกิจกรรมการประมวลผลนี้เท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ โดยบริษัทจะดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามประกาศนี้อย่างเคร่งครัด 

9.  การเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว

        ในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงประกาศนี้ บริษัทอาจพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามที่เห็นสมควร และจะทำการแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทาง http://www.thaniyagroup.com/ อย่างไรก็ดี บริษัทขอแนะนำให้ท่านโปรดตรวจสอบเพื่อรับทราบประกาศฉบับใหม่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนที่ท่านจะเข้ามาในพื้นที่ของบริษัท

        การเข้ามาในพื้นที่ของท่าน ถือเป็นการรับทราบตามข้อตกลงในประกาศนี้ ทั้งนี้ โปรดระงับการเข้าพื้นที่ หากท่านไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงในประกาศฉบับนี้ หากท่านยังคงเข้ามาในพื้นที่ต่อไปภายหลังจากที่ประกาศนี้มีการแก้ไขและนำขึ้นประกาศในช่องทางข้างต้นแล้ว จะถือว่าท่านได้รับทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว

 

10.  ติดต่อบริษัท

        ท่านสามารถติดต่อสอบถามเกี่ยวกับคำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวในการใช้กล้องวงจรปิด (CCTV Privacy Notice) ฉบับนี้ได้ที่

                บริษัท ธนิยะ จำกัด

                เลขที่ 52 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร                    

                เว็บไซต์ของบริษัท             http://www.thaniyagroup.com/

                หมายเลขโทรศัพท์             02-231-2244

                ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์       pdpa@Thaniyagroup.com     

 

11.  ติดต่อหน่วยงานผู้มีอำนาจ (Appropriate Authority)

        หากท่านต้องการรายงานเรื่องร้องเรียน หรือหากท่านรู้สึกว่าบริษัท ไม่ตอบข้อกังวลของท่านในลักษณะที่น่าพึงพอใจ ท่านสามารถติดต่อและ/หรือร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้ตามรายละเอียดด้านล่าง

        สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)

        หมายเลขโทรศัพท์           02-142-1033

        ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์     pdpc@mdes.go.th

        เว็บไซต์                      https://www.mdes.go.th/mission/82

        Facebook                   https://www.facebook.com/pdpc.th

        ไปรษณีย์                      สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

                                        เลขที่ 120 หมู่ 3 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B)

                                        ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ

                                        แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210